เวลาทำการ : พ.ย. 64 (จ-ศ) ช่วงเช้า 7.30-12.00 น. ช่วงบ่าย 15.30-18.30 น. (ส) ช่วงเช้า 8.00-12.00 น. ช่วงบ่าย 15.30-18.30 น. (อ) ช่วงเช้า 8.00-12.00 น. PHONE : 080-8639556 , 095-2845589
บริการของเรา
ทำแผล เย็บแผล ด้วยอุปกรณ์ sterile โดยระบบ Autoclave และการเอายาคุมกำเนิด (ชนิดเข็มคุมกำเนิดแบบฝังใต้ผิวหนัง)
รายละเอียด :

1. อุปกรณ์ทำความสะอาดแผล ได้แก่

1.1 ชุดทำแผล (instrument) ที่ผ่านขั้นตอนการทำให้ปราศจากเชื้อ ประกอบด้วย ปากคีบชนิดไม่มีเขี้ยว (non-tooth forceps) ปากคีบมีเขี้ยว (tooth forceps) ถ้วยใส่สารละลาย (iodine cup) สำลี ผ้าก๊อส

1.2 สารละลาย (solution) ได้แก่ น้ำยาฆ่าเชื้อ (antiseptic) และน้ำเกลือล้างแผล (0.9%normal saline) ที่ปราศจากเชื้อ

     1.2.1 แอลกอฮอล์ 70% (alcohol 70%) ใช้สำหรับเช็ดผิวหนังรอบ ๆ แผล สามารถฆ่าเชื้อโรคที่ผิวหนังประมาณร้อยละ 90 ภายใน 2 นาที โดยมีฤทธิ์ทำให้โปรตีนตกตะกอนหรือแตกสลายและจะระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อเมื่อนำไปใช้ในบาดแผล หรือบริเวณที่มีรอยแผลสด ทำให้สิ่งขับหลั่งเกิดตะกอนขุ่น ซึ่งจะมีผลต่อการอักเสบติดเชื้อบริเวณนั้นได้อีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรใช้แอลกอฮอล์ เช็ดแผลโดยตรง

     1.2.2 ทิงเจอร์ไอโอดีน (tincture iodine) เป็นน้ำยาทำความสะอาดผิวหนังที่ดีมากราคาถูกและมีพิษ (toxicity) ต่อเนื้อเยื่อของร่างกายน้อย เป็น bactericidal สามารถฆ่าได้ทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส โดยจะฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังได้ประมาณร้อยละ 90 ภายใน 90 วินาที จึงนิยมใช้เป็นน้ำยาสำหรับทำให้ผิวหนังปราศจากจากเชื้อ อาจใช้ในในการรักษาแผลถลอกได้ โดยใช้ความเข้มข้น 0.8-1% แต่มีข้อเสีย คือ เมื่อทาบริเวณผิวหนังแล้วตัวทำละลายจะระเหยไป ทำให้ความเข้มข้นสูงขึ้น ผิวหนังไม้พองได้ ดังนั้นหลังจากใช้น้ำยา 1 นาที ให้เช็ดตามด้วยแอลกอฮอล์ 70%

     1.2.3 เบตาดีน หรือโปรวิดีน ไอโอดีน (betadine, providone-iodine solution) เป็นน้ำยาที่ระคายเคืองต่อผิวหนังน้อยกว่า ทิงเจอร์ไอโอดีนใช้ได้ดีใน mucous membrane โดยไม่มีปฏิกิริยาต่อ mucous และโปรตีนในสิ่งขับหลั่ง

     1.2.4 ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (hydrogenperoxcide) จัดอยู่ในกลุ่ม oxide ซึ่งสามารถฆ่าเชื้อได้โดยการสร้าง oxidant คือ hydroxyl free radical (-OH) ไปทำลายจุลินทรีย์ (microorganism) ใช้สำหรับล้างแผลสกปรก แผลมีหนองหรือลิ่มเลือด ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์แปรสภาพได้ง่ายจะสลายตัวถ้ามีสารอื่นเจือปนหรือถูกความร้อนและแสงสว่าง ดังนั้นจงควรเก็บไว้ในขวดสีชาที่มีฝาปิดแน่น

     1.2.5 เดกิน (dakin’s solution หรือ hyperchlorite solution) สามารถฆ่าเชื้อโรคและทำลายเนื้อตาย (necrotic tissue) ได้ จึงนิยมใช้กับแผลที่มีเนื้อตาย แต่มีข้อเสียคือจะละลายลิ่มเลือดและทำให้เลือดแข็งตัวช้าลงได้ ไม่ควรใช้ในแผลสดเพราะระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อ ก่อนทำแผลจึงควรเจือจางความเข้มข้นเป็นประมาณ ? – ? ส่วน

     1.2.6 โซเดียมคลอไรด์ (sodium chloride, NaCl 0.9% , normal saline) โดยทั่วไปเรียกว่า น้ำเกลือ โดยมีคุณสมบัติเป็น isotonic กับเซลล์ ช่วยในการกระตุ้นการงอกขยายของเซลล์ใหม่และไม่ทำลายเนื้อเยื่อ

2. วัสดุสำหรับปิดแผล ปกติจะปิด 3 ชั้น ชั้นแรกติดกับแผล ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 อยู่บนสุดซึ่งมีหลายชนิดคือ

  2.1 ผ้าก๊อส (gauze dressing) ขนาดต่าง ๆ สำหรับปิดแผลขนาดเล็กและมีสิ่งขับหลั่งเล็กน้อย

  2.2 ผ้าก๊อสหุ้มสำลี (top dressing) สำหรับปิดแผลที่มีสิ่งขับหลั่งจำนวนมาก

  2.3 ผ้าก๊อสหุ้มสำลีขนาดใหญ่ (gumgi) ใช้ปิดแผลขนาดใหญ่และมีสิ่งขับหลั่งจำนวนมาก

  2.4 วายก๊อส (y-gauze) เป็นผ้าก็อสที่ตัดตรงกลางเป็นรูปตัว Y ใช้ปิดแผลที่มีการใส่ท่อเพื่อระบายสิ่งขับหลั่ง

  2.5 วาสลินก๊อส (vasaline gauze) เป็นก๊อสชุบวาสลิน สำหรับปิดแผลเพื่อไม่ให้อากาศเข้าสู่แผล เช่น แผล chest drain

  2.6 ก๊อส drain ผ้าก๊อสลักษณะเป็นสายยาว ใช้สำหรับใส่แผลที่มีรูโพรงขนาดเล็ก

  2.7 trasparent film เช่น tegaderm ลักษณะเป็นแผ่นใส ๆ สามารถมองผ่านเห็นเนื้อแผลใช้สำหรับปิดแผลขนาดเล็ก แผลที่ใกล้หาย (healing wound) ปิดบริเวณที่แทงให้น้ำเกลือ หรือแผล subclavian catheter

  2.8 hydroconloid หรือ hydrogel เช่น duoderm ลักษณะเป็นแผ่นยาง มีสารช่วยในการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ นิยมใช้ในแผลกดทับ

3. วัสดุสำหรับผ้าปิดแผล เมื่อทำแผลเสร็จแล้วต้องทำให้ผ้าปิดแผลอยู่กับที่ วัสดุที่ใช้บ่อยคือพลาสเตอร์ (plaster) เพราะง่าย สะดวก แต่มีข้อเสียคือ ระคายเคืองผิวหนัง และเจ็บเวลาเอาออก บางชนิดยืดได้ เช่น เทนโซพลาสต์ (tenoplast) ใช้เพื่อกดรัดและช่วยในการห้ามเลือด นอกจากนี้อาจใช้ ผ้าพันแผล (elastic bandage) ก๊อสพันแผล (gauze bandage) หรืออาจจะใช้ผ้าพันแผล ซึ่งการพันขึ้นอยู่กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

4. อุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็น เช่น กรรไกรตัดไหม กรรไกรตัดเชื้อเนื้อ (Metzenbaum) ช้อนขูดเนื้อตาย (Currette) อุปกรณ์สำหรับหยั่งความลึกของแผล (probe)

5. ภาชนะสำหรับทิ้งสิ่งสกปรก เช่น ชามรูปไต

หลักการทำแผล คือ ต้องสะอาดและปลอดภัย ประหยัดสิ่งของเครื่องใช้และเวลา โดยใช้หลัก aseptic technique และจะต้องทำแผลสะอาดก่อนทำแผลสกปรกหรือติดเชื้อเสมอ

 

เอายาคุมกำเนิด (ชนิดเข็มคุมกำเนิดแบบฝังใต้ผิวหนัง)

การเอาเข็มคุมกาเนิดขนิดฝัง สามารถทำได้เลย โดยไม่ต้องเตรียมตัว ไม่ต้องงดน้ำ และอาหาร เนื่องจากไม่ต้องดมยาสลบ ทำได้โดยวิธีการฉีดยาชาเฉพาะที่เท่านั้น

ขั้นตอนการเอาเข็มคุมกำเนิดออก
ทุกขั้นตอนต้องทำด้วยวิธี ปลอดเชื้อ เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่แผล

  1. แพทย์ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทาบริเวณผิวหนัง
  2. ใช้ผ้า sterile คลุมบริเวณแขนที่ถอดเข็มคุมกำเนิดออก (ขั้นตอนนี้ห้ามผู้ป่วยใช้มือสัมผัสผ้าปลอดเชื้อ)
  3. ฉีดยาชา ผิวหนังที่ปลายเข็มคุมกำเนิด
  4. กรีดผิวหนัง ขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ไม่เกิน 0.5 มิลลิเมตร
  5. เอาเข็มคุมกำเนิดออก ส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่เกิน 5-10 นาที เว้นแต่ผู้ป่วยที่อ้วนมาก เข็มคุมกำเนิดอยู่ลึกอาจต้องใช้เวลามากกว่าปกติ
  6. หลัง จากเอาเข็มคุมกำเนิดออก เนื่องจากแผลเล็กมาก ไม่จำเป็นต้องเย็บแผล ใช้ เพียง พลาสเตอร์ สเตอไรด์ ปิดยึดแผล และติดพลาสเตอร์กันน้ำ

การดูแลหลังเอาเข็มคุมกำเนิดออก

  • สำหรับผ้ที่ยัง ไม่ต้องการมีบุตร แนะนาว่าต้องกันยาคุมกำเนิด ฉีด หรือใช้ยาคุมชนิดฝังทันที
  • ห้ามใช้แขนด้านที่ถอดยาคุมกำเนิดออกทางานยกของหนัก
  • ห้ามโดนน้ำ
  • โดยปกติถ้าไม่มีอาการปวดสามารถเอาผ้าก๊อสและพลาสเตอร์ปิดแผลออกได้หลัง 5-7 วัน
  • หากมากอาการ ปวดมากกว่าปกติ หรือเลือดออกมากควรพบแพทย์